1. มะเร็งตับ เป็นโรคมะเร็งที่พบได้มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโรคมะเร็งที่เกิดในผู้ชายไทย มักพบในคนอายุ 30-70 ปี และพบได้ในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงประมาณ 3 เท่า โรคนี้จัดเป็นโรครุนแรงมาก ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้มากที่สุดโรคหนึ่ง เพราะโรคมะเร็งตับในระยะแรกมักไม่ค่อยแสดงอาการ ผู้ป่วยกว่าจะได้รับการวินิจฉัยครั้งแรกก็มักจะอยู่ในระยะท้ายของโรคทำให้ไม่มีทางรักษาให้หายได้แล้ว

พฤติกรรมเสี่ยงมะเร็งตับ ผู้ที่ชอบทานอาหารสุกๆ ดิบๆ ไหม้เกรียม หรืออาหารที่มีเชื้อรา อาหารที่ใส่สารกันบูด ที่สำคัญคือ ผู้ที่ชอบเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกประเภท

2. มะเร็งปอด ปัจจุบันมะเร็งปอดเป็นโรคมะเร็งที่พบมากในประเทศไทย โดยพบในเพศชายเป็นอันดับ 2 และในเพศหญิงเป็นอันดับ 4 จากการสำรวจพบว่าผู้ป่วยมะเร็งปอดมากกว่า 85% เกิดจากการสูบบุหรี่ และอีก 30% และผู้ใกล้ชิดผู้สูบบุหรี่
พฤติกรรมเสี่ยงมะเร็งปอด การสูบบุหรี่ด้วยตัวเองหรือการสูดดมควันบุหรี่มือสอง การสูดดมฝุ่น รวมถึงมลพิษในอากาศเป็นระยะเวลายาวนาน

3. มะเร็งปากมดลูก เป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่สร้างความกังวลใจให้กับผู้หญิงจำนวนมาก เนื่องจากเป็นโรคที่มีโอกาสเกิดได้ง่าย จึงไม่น่าแปลกใจที่ในแต่ละปีจะพบผู้ป่วยรายใหม่มากถึง 500,000 คนทั่วโลก และยังเป็นอันดับต้นๆ ของโรคมะเร็งในผู้หญิงไทย มักพบในช่วงอายุ 30-70 ปี (พบมากในช่วง 50 ปีขึ้นไป)
พฤติกรรมเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ต่ำกว่า 18 ปี มีพฤติกรรมเปลี่ยนคู่นอนบ่อย รวมทั้งมีพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือบกพร่อง สตรีที่สูบบุหรี่หรือผู้ใกล้ชิดเป็นผู้สูบบุหรี่

4. มะเร็งเต้านม เป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยเป็นอันดับที่ 1 ของโรคมะเร็งที่พบได้ในผู้หญิง จะเริ่มพบได้ตั้งแต่วัยสาวเป็นต้นไป และจะพบได้มากขึ้นตามอายุ ประมาณ 90% ของมะเร็งเต้านมเกิดจากต่อมน้ำนมและท่อน้ำนม ส่วนมากจึงจะพบในหญิงที่มีอายุมากกว่า 40 ปี แต่ไม่ใช่ผู้หญิงเท่านั้นที่มีโอกาสเป็น เพราะผู้ชายเองก็เป็นได้แต่แค่น้อยกว่าเท่านั้นเอง

5. มะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคมะเร็งลำไส้ที่ถือเป็นหนึ่งในสามของชนิดมะเร็งสุดฮิตของคนไทย พบผู้ป่วยรายใหม่ 1,300,000 คนต่อปี อาจเป็นเพราะว่าโรคนี้เกิดจากอาหารที่เราทานกันเป็นประจำ โดยที่ไม่รู้ตัวว่าอาหารเหล่านั้นอาจมีสารที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ มักพบในอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป แต่อาจพบในเด็กโตได้ โดยผู้ชายและผู้หญิงมีโอกาสเกิดโรคได้ใกล้เคียงกัน

พฤติกรรมเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ ผู้ที่ชอบทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ปิ้งย่างไหม้เกรียม สุกๆ ดิบๆ อาหารหมักดอง อาหารไขมันสูง สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ไม่ทานผักผลไม้ และไม่ออกกำลังกาย

สารสกัดที่สำคัญ

Green tea phytosome

มีสารสำคัญ เรียกว่า epigallo– catechin–3–gallate (EGCG) มากที่สุดและมีฤทธิ์ต้าน อนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินซีและวิตามินอีถึง 25–100 เท่า นอกจากนี้ใบชาเขียวยังประกอบไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น กรดอะมิโน วิตามินซี วิตามินบี วิตามินอี และฟลูออไรด์ ช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งใน ส่วนต่างๆของร่างกาย เพราะสาร EGCG ในชาเขียวมี ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง ในปีค.ศ. 1970 ได้มีการศึกษา ทางระบาดวิทยาในประเทศญี่ปุ่นที่เมืองชิสุโอกะซึ่ง ประชากรมีอาชีพปลูกชาและมีการบริโภคชาเขียว ในปริมาณที่สูง พบว่ามีอัตราการเกิดมะเร็งกระเพาะ อาหารต่ำกว่าเมืองอื่นๆ

Astaxanthin

Astaxanthin (แอสตาแซนทิน) เป็นหนึ่งในสารประเภทแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ในธรรมชาติ ที่ทำให้เกิดสีแดงหรือสีชมพูในพืชหรือสัตว์ ซึ่งมีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ช่วยป้องกันการทำลายเซลล์และกระบวนการออกซิเดชั่นที่มีผลทำให้เกิดริ้วรอยและการเสื่อมของเซลล์ก่อนวัยอันควร จึงเป็นสารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายที่นำมาใช้เป็นอาหารเสริมในการดูแลสุขภาพของดวงตาและหัวใจ ลดการอักเสบทั่วร่างกาย และช่วยในเรื่องของผิวพรรณ 

Lactospore

Lactobacillus sporogenes จุลชีพที่มีชีวิตที่ให้เสริมเข้าไปจากภายนอกร่างกาย ในปริมาณที่เพียงพอ จะก่อให้เกิดผลดีต่อสุขภาพร่างกาย

BETA GLUCAN (Innovacan) 70 %Betaglucan (1,3/1,6)

สามารถกระตุ้นระบบภูมิต้านทานร่างกายใช้ป้องกันโรคติดเชื้อจากจุลชีพต่างๆ ทั้งยังมีคุณสมบัติอื่นๆ ที่สาคัญคือ ลดระดับไขมันคอเลสเตอรอลในโลหิต เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สาหรับประโยชน์ที่เหนือกว่าสารอาหารอื่นๆ คือ สรรพคุณในการป้องกันและรักษามะเร็ง เพราะถ้าร่างกายได้รับเบต้ากลูแคน เม็ดโลหิตขาวขนาดใหญ่ จะถูกกระตุ้นให้มีความสามารถสังเกตเห็นเชื้อมะเร็งรู้ว่าเป็นผู้บุกรุกและจะเข้าไปทาลายได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป สามารถแบ่งได้ตามโครงสร้าง 2 ประเภทคือ Betaglucan (1,3/1,6) และ Betaglucan (1,3/1,4)

Ginseng Extract

บำรุงร่ายกายโดยรวม ยับยั้บมะเร็งได้หลายชนิด จากกลุ่มสารสำคัญ Ginsenosides

Reshi Extract powder

เพื่อยับยั้งการก่อตัวและการกระจายตัวของเซลล์มะเร็งส่งเสริมสุขภาพ โดยรวมและช่วยให้ชีวิตยืนยาว

สารสกัดจากพืชผลตระกูลเบอร์รี่ (Mixed Berry Extract; Optiberry)

ประกอบด้วยเบอร์รี่ 6 ชนิดStrawberry, Wild Blueberry, Raspberry, Elderberry, Cranberry, Bilberry มีแอนโธไซยานินมีคุณสมบัติช่วยบำรุงสุขภาพดวงตาและชะลอความเสื่อมของเซลล์ดวงตาและจอประสาทตา ด้วยความที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่แรงจากกลุ่มสาร Carotenoids ทำให้สารสกัดดังกล่าวมีสรรพคุณในการต้านมะเร็งได้อย่างดีเยี่ยม

สารสกัดเปลือกมังคุด (Mangosteen extract powder)

สารสำคัญที่มีอยู่ในเปลือกมังคุด คือ แทนนินและแซนโทน สารแซนโทนมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) จึงมีการศึกษามากมายที่ชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ของสารแซนโทนที่มีในเปลือกมังคุด แซนโทนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่แรง (potent antioxidants) พบได้มากในเปลือกมังคุด มีคุณสมบัติในการต้านมะเร็งได้หลายชนิด

สารสกัดเมล็ดองุ่น (Grape seed extract)

จากการศึกษาพบว่าสารสกัดจากเมล็ดองุ่นมีฤทธิ์ในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่า Vitamin C ถึง 20 เท่า และมากกว่า Vitamin E ถึง 50 เท่า